|
This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.
Messages - moozamoz
หน้า: [1]
1
« เมื่อ: วันที่ 17 ธันวาคม 2025, 14:31:55 น. »
ซื้อบ้านแถวหางดงดีไหม? ทำไมหลาย ๆ คนถึงเลือกมาอยู่โซนนี้กัน หากพูดถึงย่านที่อยู่อาศัยยอดนิยมในเชียงใหม่ “หางดง” คืออีกหนึ่งในทำเลที่มาแรงที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะไม่ว่าจะเป็นคนเชียงใหม่เอง คนต่างจังหวัดที่อยากย้ายมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ในเมืองเหนือ หรือแม้แต่นักลงทุนอสังหาริมทรัพย์ที่มองเห็นโอกาสเติบโตในอนาคตก็เริ่มหันมาซื้อบ้านในทำเลนี้เพิ่มมากขึ้น ด้วยศักยภาพของทำเลที่ผสมผสานความสะดวกแบบเมืองเข้ากับเสน่ห์ความเป็นชานเมืองได้อย่างลงตัว ในบทความนี้ เราจะพาคุณมาดูข้อดีของ โครงการบ้านหางดงเชียงใหม่ ทั้งในมุมของการอยู่อาศัยและการลงทุน ทำไม “บ้านหางดง” ถึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกบ้านที่ดีในจังหวัดเชียงใหม่ 1. ทำเลใกล้เมือง เดินทางสะดวกทุกทิศทาง- ห่างจากใจกลางเมืองเชียงใหม่เพียง 15–20 นาที
- เดินทางสะดวกทั้งถนนเชียงใหม่–หางดง และถนนเลียบคลองชลประทาน
2. บรรยากาศสงบและเป็นส่วนตัว- เป็นโซนที่ผสมผสาน “ชีวิตเมือง” กับ “บรรยากาศธรรมชาติ” ได้อย่างลงตัว
- บ้านส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่กว้าง รายล้อมด้วยต้นไม้และทิวเขา ทำให้รู้สึกสงบกว่าการอยู่ในเมือง
- เหมาะกับครอบครัวที่ต้องการพื้นที่สำหรับเด็กและสัตว์เลี้ยง หรือผู้ที่มองหาบ้านพักตากอากาศ
3. สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันแม้จะเป็นชานเมือง แต่โซนหางดงก็ครบทุกความสะดวก เช่น - ใกล้ Big C เพียง 12 นาที
- ใกล้ Makro เพียง 11 นาที
- ใกล้ Lotus’s เพียง 12 นาที
- ใกล้ Central Chiangmai Airport เพียง 15 นาที
- ใกล้โรงเรียน โรงพยาบาล คาเฟ่ ร้านอาหาร และคอมมูนิตี้มอลล์อย่างกาดฝรั่ง (Kad Farang)
- ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เช่น อุทยานหลวงราชพฤกษ์ ดอยคำ และดอยสุเทพ
- รายล้อมด้วยตลาดชุมชนและแหล่งของกินท้องถิ่นมากมาย
4. ศักยภาพการเติบโตสูง- หางดงเป็นพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน ถนน และโครงการบ้านจัดสรรคุณภาพ
- ราคาที่ดินและบ้านมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี
- เป็นทำเลที่ดีทั้งสำหรับอยู่อาศัยและลงทุนในระยะยาว
- ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวใหญ่ คู่แต่งงานใหม่ หรือคนวัยทำงาน หางดงมีตัวเลือกบ้านครบทุกขนาด
5. รองรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย- มีแบบบ้านให้เลือกตั้งแต่บ้านชั้นเดียว บ้านเดี่ยวสองชั้น ไปจนถึงโครงการบ้านหรู
- เหมาะสำหรับผู้ที่มองหา โครงการบ้านจัดสรรเชียงใหม่ ที่ตอบโจทย์ครบทุกมิติในด้านการอยู่อาศัย
แนะนำโครงการ แสนสราญ หางดง-สะเมิง : ทำเลศักยภาพที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ จุดเด่นของโครงการแสนสราญ หางดง–สะเมิง1. ทำเลที่ใกล้ธรรมชาติแต่เดินทางเข้าเมืองได้สะดวกแสนสราญเป็น โครงการบ้านเชียงใหม่ 2568 ที่ตั้งอยู่บนถนนสายหางดง–สะเมิง ซึ่งเดินทางเข้าเมืองง่าย ในขณะเดียวกันยังรายล้อมด้วยวิวภูเขาและธรรมชาติ ให้บรรยากาศเงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัว เหมาะกับการพักผ่อน 2. แบบบ้านหลากหลาย รองรับหลายสไตล์การอยู่อาศัยในโครงการมีทั้งบ้านชั้นเดียวและ บ้านเดี่ยว 2 ชั้นเชียงใหม่ ออกแบบฟังก์ชันให้ตอบโจทย์ครอบครัวหลายขนาด พร้อมดีไซน์ที่ให้ความอบอุ่นและความเป็นส่วนตัว รองรับการปรับฟังก์ชันเพิ่มเติมตามการใช้งานจริง 3. ระบบรักษาความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกครบภายในโครงการมีถนนกว้าง ระบบความปลอดภัยได้มาตรฐาน และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับลูกบ้านครบถ้วน ทำให้การอยู่อาศัยมีความสะดวกและสามารถมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยได้มากยิ่งขึ้น 4. วิวดีและบรรยากาศร่มรื่นด้วยทำเลใกล้ภูเขา บ้านในโครงการแสนสราญจึงมีวิวธรรมชาติและได้แสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ บ้านโปร่ง โล่ง อยู่สบาย เหมาะกับคนอยากใช้เวลาอยู่บ้านอย่างมีคุณภาพ 5. ศักยภาพเพิ่มมูลค่าสูงในอนาคตทำเลหางดง–สะเมิงกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีโอกาสเพิ่มมูลค่าที่ดินและบ้านในอนาคต เหมาะสำหรับทั้งผู้ซื้อเพื่อการอยู่อาศัยและนักลงทุน ทำไมแสนสราญจึงเหมาะกับผู้อยู่อาศัยหลายกลุ่ม1. เหมาะกับครอบครัวที่มองหาบ้านระยะยาวเพราะบ้านมีพื้นที่กว้าง ฟังก์ชันครบ ความปลอดภัยสูง เหมาะกับการใช้ชีวิตหลายปี 2. เหมาะกับคนทำงานที่ต้องการบ้านสงบแต่ยังใกล้เมืองเพราะทำเลหางดง–สะเมิงสามารถเดินทางเข้าเมืองได้สะดวก 3. เหมาะกับคนต้องการ Work–Life Balanceเพราะมีความเป็นส่วนตัว และสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันได้ตามต้องการ 4. เหมาะกับคนรักธรรมชาติเพราะมีวิวภูเขา บรรยากาศร่มรื่น เงียบสงบ จึงตอบโจทย์คนที่อยากใช้ชีวิตใกล้ธรรมชาติ 5. เหมาะกับนักลงทุนอสังหาริมทรัพย์เพราะเป็นโครงการคุณภาพและเป็นทำเลที่เติบโตต่อเนื่อง เหมาะสำหรับปล่อยเช่าหรือถือครองระยะยาว 6. เหมาะกับผู้ที่ต้องการความปลอดภัยและฟังก์ชันการใช้งานจริงเพราะออกแบบโดยคำนึงถึงความเป็นอยู่จริง ใช้ชีวิตง่ายและสบาย หางดง : ทำเลศักยภาพที่ตอบโจทย์ทั้งอยู่อาศัยและการลงทุน“อำเภอหางดง” เป็นทำเลที่น่าจับตามองทั้งในด้านการเติบโตของเมืองและความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเลือกซื้อบ้านในโซนนี้จึงไม่ใช่แค่การมี “บ้านในฝัน” แต่ยังเป็นการสร้างมูลค่าที่ยั่งยืนให้กับทรัพย์สินของคุณ หากคุณกำลังมองหา บ้านจัดสรรเชียงใหม่ ที่ให้ทั้งความสบายและโอกาสในการลงทุนในอนาคต บ้านวิวเขาเชียงใหม่ อย่าง “โครงการแสนสราญ” คืออีกหนึ่งตัวเลือกที่ตอบโจทย์ครบทั้งความลงตัวของชีวิต ความคุ้มค่า และความสุขของผู้อยู่อาศัย เพราะเราเชื่อว่า ความลงตัวของชีวิตไม่จำเป็นต้องตามหาที่ไหนไกล แค่คุณมีบ้านที่ใช่และเข้ากับไลฟ์สไตล์ ก็เพียงพอแล้ว ดูข้อมูลเพิ่มเติมและตัวอย่างบ้านได้ที่: https://www.facebook.com/sansarancm
2
« เมื่อ: วันที่ 3 ธันวาคม 2025, 11:45:06 น. »
อาหารเสริมสำหรับคนทำคีโม ฟื้นฟูร่างกาย เสริมภูมิคุ้มกันอย่างปลอดภัย สอบถามข้อมูล หรือ ปรึกษาฟรีwww.imurathailand.com/shop/คำถามหลัก (Main Query)> คนที่ผ่านการ ทำคีโม ควรเลือก อาหารเสริมแบบใดเพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายโดยไม่รบกวนการรักษา? 1. ทำไมคนทำคีโมถึงต้องเสริมอาหารเสริม?การ ทำคีโมคือการใช้ยาเคมีทำลายเซลล์มะเร็ง แต่ในเวลาเดียวกัน ยายังคงส่งผลต่อเซลล์ดี ทำให้ผู้ป่วย อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ภูมิคุ้มกันต่ำ ติดเชื้อง่าย ผมร่วง คลื่นไส้ มีภาวะซีด และระบบตับหรือไตอ่อนแอ ดังนั้น อาหารเสริมหลังคีโม จึงมีบทบาทสำคัญในการ ✔ ช่วยซ่อมแซมเซลล์ ✔ ลดการอักเสบ ✔ เสริมภูมิคุ้มกัน ✔ ฟื้นฟูพลังงานและสมดุลของร่างกาย 2. อาหารเสริมที่เหมาะกับผู้ที่ผ่านการทำคีโม2.1 เซซามิน (Sesamin จากงาดำ)เป็นสารต้านอนุมูลอิสระธรรมชาติที่ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย เสริมภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบของร่างกาย ฟื้นฟูการทำงานของตับ หัวใจ และสมอง มีงานวิจัยระบุว่า เซซามินช่วยลดความเหนื่อยล้าและผมร่วงหลังคีโมได้ 2.2 วิตามินซี (Vitamin C)เสริมภูมิคุ้มกัน ต่อต้านเชื้อโรค ช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อและหลอดเลือด รับประทานวันละ 500–1,000 มก. ⚠️ หากยังอยู่ระหว่างคีโม ควรปรึกษาแพทย์ก่อน 2.3 วิตามินอี (Vitamin E)ป้องกันเซลล์จากอนุมูลอิสระ ช่วยให้ผิวหนังและเยื่อบุช่องปากฟื้นตัวเร็วขึ้น 2.4 โอเมก้า 3 (Omega-3 จากน้ำมันปลา)ลดการอักเสบภายใน ช่วยบำรุงสมอง หัวใจ และลดอาการอ่อนเพลีย 2.5 โปรตีนจากพืช (Plant Protein)ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเซลล์ที่เสียหาย ย่อยง่าย เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาทางเดินอาหาร 2.6 เบต้ากลูแคนจากเห็ด (Beta-glucan)กระตุ้นเม็ดเลือดขาว เพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดผลข้างเคียงจากคีโม เช่น คลื่นไส้และอ่อนเพลีย 3. อาหารเสริมที่ควรหลีกเลี่ยงx สมุนไพรที่กระตุ้นภูมิแรง เช่น ถั่งเช่า โสมแดง x ขมิ้นชัน หรือสารสกัดที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงเกินไปในช่วงคีโม x ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มี อย. หรือไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์รับรอง 4. แนวทางเสริมสุขภาพหลังคีโมให้กลับมาแข็งแรง✔ นอนหลับพักผ่อนวันละ 7–8 ชั่วโมง ✔ ดื่มน้ำสะอาดมากกว่า 2 ลิตรต่อวัน ✔ รับประทานผักผลไม้ที่มีไฟเบอร์และสารต้านอนุมูลอิสระ ✔ หลีกเลี่ยงของหมักดอง ของดิบ แอลกอฮอล์ ✔ ออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดิน โยคะ ✔ ตรวจเลือดและพบแพทย์ตามนัด คำถามที่พบบ่อย (FAQ)Q1: หลัง ทำคีโม กิน อาหารเสริมได้เมื่อไหร่? > ควรรออย่างน้อย 1–2 สัปดาห์หลังจบคีโมรอบสุดท้าย หรือจนกว่าแพทย์อนุญาตQ2: เซซามินสามารถกินคู่กับวิตามินซีได้ไหม? > ได้ค่ะ ทั้งสองช่วยเสริมกันในการต้านอนุมูลอิสระและฟื้นฟูเซลล์Q3: ผมจะงอกกลับหลังคีโมไหม? > ส่วนใหญ่จะงอกกลับมาใน 1–3 เดือน แต่สีและลักษณะผมอาจเปลี่ยนเล็กน้อยสรุปผู้ที่ผ่านการ ทำคีโมสามารถฟื้นฟูสุขภาพได้ด้วย อาหารเสริมที่เหมาะสม เช่น เซซามิน วิตามินซี วิตามินอี และโอเมก้า 3 ควรเน้นสารอาหารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ฟื้นฟูเซลล์ และเสริมภูมิคุ้มกัน พร้อมพักผ่อนให้เพียงพอ และติดตามอาการกับแพทย์อย่างใกล้ชิด สอบถามข้อมูล หรือ ปรึกษาฟรีhttps://www.imurathailand.com/shop/
3
« เมื่อ: วันที่ 30 มกราคม 2025, 14:14:41 น. »
สารสกัดจากหญ้าหวาน, สตีเวีย, สตีวิโอไซด์, สตีวิออลไกลโคไซด์, Stevia, Stevioside, Steviol glycosides, Rebaudioside AProduct description of Stevia. What is Stevia?Plant-based 100% natural sweetener extracted from leaves of stevia rebaudiana Zero calorie sugar substitute Potency of 200-400x the sweetness of sugar Approved by regulatory bodies and food safety experts worldwide and in all major markets including US, Europe, Canada, Australia/New Zealand, China, Japan, Korea, and many more Enjoyed by 5 billion people around b the world in their food and beverages The History of SteviaGrown for centuries in Paraguay, the stevia rebaudiana plant has been used by many generations of indigenous South Americans as a natural sweetener for teas and medicines. Its taste was so powerful that some would even enjoy chewing on the plant’s leaves as nature’s sweet treat. It wasn’t until the 19th and 20th centuries though that scientists would discover and study these leaves, where they isolated and identified the sweet tasting chemical components as Steviol glycosides. These compounds are the secret to stevia’s sweet magic, boasting a potency of 200-400x the sweetness of sugar. The stevia plant contains an abundant variety of these glycosides, each with their own sweetness and taste profile. Today, stevia enhances the taste of food and beverage products enjoyed by 5 billion people around the globe. And centuries later, laboratories everywhere are still perfecting the science of extracting, refining and purifying steviol glycosides. Zero Calories. Limitless Potential.Not only does stevia have a far higher sweetness potency than sugar, it also has none of sugar’s calories. The potential health benefits of lower caloric intake and reduced glycemic impact on blood sugar make stevia-based sweeteners an ideal sugar substitute for people with diabetes, children, and many others seeking healthier diets and lifestyles. Stevia’s natural sweetness and potential health benefits are just some of the reasons its commercial use by food and beverage manufacturers has exploded worldwide 100% all natural, non-artificial sweetener Pure and highly potent sweet taste Zero calories and zero glycemic index for healthier ingredients and healthier products Non-cariogenic and dental-friendly Versatility as a total or partial replacement for caloric sugars Flavor enhancer in use with other sweetener ingredients Heat stability up to about 390 F and can be used in cooking and baking as well as other high temperature processing and packaging conditions Extremely stable to low pH food, beverage processes and finished products systems Excellent solubility in aqueous systems Regulatory Approval and SafetyCommercial use of stevia as a food and beverage sweetener first started in the 1970s in Japan. It wasn’t until more recent years that the adoption of stevia has surged in popularity around the world, after hundreds of long-term scientific studies confirmed that steviol glycosides are safe for human consumption. These safety conclusions paved the way for the Food and Agriculture Organization and the World Health Organization’s Joint Expert Committee on Food Additives (JECFA), a global panel of food ingredient safety experts, to approve the use of stevia in 2008 and 2009. In the US, the Food & Drug Administration (FDA) granted Generally Recognized As Safe (GRAS) status to high purity stevia extract in 2008. The same year, Food Standards Australia New Zealand (FSANZ) approved stevia as a food additive. The European Food Safety Authority (EFSA) also followed suit when they authorized the use of stevia in 2011. More information of Stevia extract powder, please contact Thai Poly Chemicals Company (Sweetener Division) www.thaipolychemicals.com__________________________ นอกจาก สารสกัดจากหญ้าหวานแล้ว บริษัท ยังเป็นผู้จัดจำหน่าย สารให้ความหวาน อีกหลายรายการ สินค้าในกลุ่ม สวีทเทนเนอร์ SWEETENER ที่บริษัท ฯ จัดจำหน่ายในปัจจุบัน ได้แก่Acesulfame K, ACK, อะซีซัลเฟมเค, เอซีเค | Acesulfame Potassium, อะซีซัลเฟมโพแทสเซียม | Artificial Sweeteners, สารทดแทนน้ำตาล | Aspartame, แอสปาร์แตม, แอสพาร์แตม | Dextrose Anhydrous, เด็กซ์โตรสแอนไฮดรัส | Dextrose Monohydrate, เด็กซ์โตรสโมโนไฮเดรต | Dextrose Syrup, น้ำเชื่อมเด็กซ์โตรส, เด็กซ์โตรสไซรัป | D-Xylose, ดีไซโลส | Erythritol, อิริทริทอล, น้ำตาลอิริท | Ethyl Maltol, เอทิลมัลทอล | Ethyl Vanillin, เอทิลวานิลิน | Fructose Powder, ฟรุกโตสผง, ฟรักโทสผง | Fructose Syrup, น้ำเชื่อมฟรุกโตส, ฟรุกโตสไซรัป | Glucitol Powder, กลูซิทอลผง, ผงกลูซิทอล | Glucitol Syrup, น้ำเชื่อมกลูซิทอล, กลูซิทอลไซรัป | Glucose Powder, กลูโคสผง, ผงกลูโคส, แบะแซผง | Glucose Syrup, น้ำเชื่อมกลูโคส, กลูโคสไซรัป, แบะแซ | Glycerine, กลีเซอรีน, กลีเซอรีนบริสุทธิ์, รีไฟน์กลีเซอรีน | Glycerol, กลีเซอรอล, กลีเซอรอลบริสุทธิ์, รีไฟน์กลีเซอรอล | Hydrogenated Maltose Syrup, ไฮโดรจีเนตมอลโตส | Icing Sugar, น้ำตาลไอซิ่ง, น้ำตาลทรายผง | Inulin, Chicory Inulin, อินูลิน, อินนูลิน | Isomalt, ไอโซมอลท์, ไอโซมอลต์ | Lactitol Monohydrate, แลคติทอล โมโนไฮเดรต | Luo Han Guo Extract, น้ำตาลหล่อฮังก๊วย | Maltitol, มอลทิทอล, มอลติตอล, มัลทิทอล | Maltitol Powder, มอลทิทอลผง, ผงมอลทิทอล | Maltitol Syrup, น้ำเชื่อมมอลทิทอล, มอลทิทอลไซรัป | Maltodextrin, มอลโทเด็กซ์ทริน, มอลโตเด็กซ์ตริน | Maltose Syrup, น้ำเชื่อมมอลโทส, มอลโทสไซรัป | Mannitol, แมนนิทอล, มันนิทอล | Mogroside V, โมโกรไซด์, โมโกรไซด์วี | Monk Fruit Extract, น้ำตาลหล่อฮังก๊วย | Mycose, ไมโคส, น้ำตาลถนอมอาหาร | Neotame, นีโอแตม, นีโอเตม | Rebaudioside A, รีเบาดิโอไซด์เอ, สารสกัดจากหญ้าหวาน | Sodium Cyclamate, โซเดียมไซคลาเมต, แป้งหวาน | Sodium Saccharin, โซเดียมแซคคาริน, ขัณฑสกร, ดีน้ำตาล | Sorbitol, ซอร์บิทอล, ซอร์บิตอล | Sorbitol Powder, ซอร์บิทอลผง, ผงซอร์บิทอล | Sorbitol Syrup, น้ำเชื่อมซอร์บิทอล, ซอร์บิทอลไซรัป | Specialty Sweetener, สารเพิ่มความหวานชนิดพิเศษ | Stevia, หญ้าหวาน, สตีเวีย, รีเบาดิโอไซด์เอ | Stevia Extract, สารสกัดหญ้าหวาน, สตีวิออลไกลโคไซด์ | Stevia Sugar, น้ำตาลหญ้าหวาน, น้ำตาลสตีเวีย | Sucralose, ซูคราโลส, ซูคาร์โลส | Sugar, น้ำตาลทราย, น้ำตาลทรายบริสุทธิ์ | Sugar Substitutes, สารให้ความหวานแทนน้ำตาล | Trehalose, ทรีฮาโลส, ตรีฮาโลส | Tremalose, ทรีมาโลส, ตรีมาโลส | Vanillin Powder, วานิลิน, วะนิลิน | Xylitol, ไซลิทอล, ไซลิตอล, น้ำตาลเทียมข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สวีทเทนเนอร์ สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ บจก.ไทยโพลีเคมิคอล More information of sweetener, please contact Thai Poly Chemicals Company Limited (TPCC) www.thaipolychemicals.com เคมีภัณฑ์ เกรดอาหาร, วัตถุเจือปนอาหาร, เคมีภัณฑ์ เกรดยา, เกรดยูเอสพี, เกรดอีพี, เกรดเจพี สอบถามข้อมูลได้ที่ บจก. ไทยโพลีเคมิคอล จำกัด, คุณภาพเคมีภัณฑ์ สร้างสรรค์คุณภาพชีวิต
Chemical, Food Grade, Food Additive, FCC, Pharmaceutical Grade, USP, EP, JP Please Contact Thai Poly Chemicals Company, Poly Chemicals For A Better LifeWebsite : www.thaipolychemicals.com
Tel No : 034-854-888
Mobile : 089-312-8888
Line ID : thaipoly8888 Email: polychemicals888@gmail.comวัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) คือ วัตถุที่ตามปกติมิได้ใช้เป็นอาหาร หรือส่วนประกอบที่สำคัญของอาหาร ไม่ว่าวัตถุนั้นจะมีคุณค่าทางอาหารหรือไม่ก็ตาม แต่ใช้เจือปนในอาหารเพื่อประโยชน์ทางเทคโนโลยีการผลิต การแต่งสีอาหาร การปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร การบรรจุ การเก็บรักษา หรือการขนส่ง ซึ่งมีผลต่อคุณภาพ มาตรฐาน หรือลักษณะของอาหาร ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึง วัตถุที่ไม่ได้เจือปนในอาหาร แต่มีภาชนะบรรจุไว้เฉพาะ แล้วใส่รวมกับอาหารเพื่อประโยชน์ดังกล่าวข้างต้นด้วย เช่น วัตถุกันชื้น วัตถุดูดออกซิเจน เป็นต้น โดยไม่รวมถึงสารอาหารที่เติม เพื่อเพิ่มหรือปรับให้คงคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน ประโยชน์ในการใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร ให้มีความคงตัว เพื่อให้ได้ส่วนประกอบของอาหารเฉพาะในการผลิตอาหาร สำหรับกลุ่มผู้บริโภค ที่มีความต้องการทางโภชนาการเฉพาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาคุณภาพในอุตสาหกรรม ในการผลิตในปริมาณมาก หรือปรับปรุงคุณลักษณะด้านประสาทสัมผัส โดยไม่เปลี่ยนแปลงคุณภาพและลักษณะของอาหาร เพื่อช่วยในการผลิต การแปรรูป การปฏิบัติ การบรรจุ การขนส่ง หรือการเก็บรักษาอาหาร โดยต้องไม่ใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ในการปกปิดความบกพร่องของอาหาร หรือกรรมวิธีการผลิตที่ไม่เหมาะสม การใช้งาน วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)ในการใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยปริมาณการใช้วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ ในแต่ละประเภทอาหารต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ที่ใช้ต้องมีการประเมินด้านความปลอดภัยโดย JECFA หรือผ่านการประเมินที่มีความเทียบเท่ากับ JECFA เพื่อกำหนดค่าความปลอดภัย (Acceptable Daily Intake: ADI) คือปริมาณของ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ที่แสดงในรูปของ มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน โดยบริโภคได้ทุกวัน ตลอดชีวิต โดยไม่เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ การแบ่งกลุ่ม วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)โคเด็กซ์ (Codex) ได้จัดแบ่งกลุ่มวัตถุเจือปนอาหาร ตามหน้าที่ ออกเป็น 27 กลุ่ม ดังต่อไปนี้ คือ สารควบคุมความเป็นกรด (Acidity Regulator) | สารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน (Anticaking Agent) | สารป้องกันการเกิดฟอง (Antifoaming Agent) | สารป้องกันการเกิดออกซิเดชัน (Antioxidant) | สารฟอกสี (Bleaching Agent) | สารเพิ่มปริมาณ (Bulking Agent) | สารให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbonating Agent) | สารช่วยทำละลายหรือช่วยพา (Carrier) | สี (Color) | สารคงสภาพของสี (Color Retention Agent) | อีมัลซิไฟเออร์ (Emulsifier) | เกลืออีมัลซิไฟอิ้ง (Emulsifying Agent) | สารทำให้แน่น (Firming Agent) | สารเพิ่มรสชาติ (Flavor Enhancer) | สารปรับปรุงคุณภาพแป้ง (Flour Treatment Agent) | สารทำให้เกิดฟอง (Foaming Agent) | สารทำให้เกิดเจล (Gelling Agent) | สารเคลือบผิว (Glazing Agent) | สารทำให้เกิดความชุ่มชื้น (Humectant) | ก๊าซที่ช่วยในการเก็บรักษาอาหาร (Packaging Gas) | สารกันเสีย (Preservative) | ก๊าซที่ใช้ขับดัน (Propellant) | สารช่วยให้ฟู (Raising Agent) | สารช่วยจับอนุมูลอิสระ (Sequestrant) | สารทำให้คงตัว (Stabilizer) | สารให้ความหวาน (Sweetener) | สารให้ความข้นเหนียว (Thickener) More information of Food additive, Food Grade Chemical Food Chemical Codex, FCC, EP, USP, JP, please contact Thai Poly Chemicals Company (TPCC) (Food Additive) Website : www.thaipolychemicals.com
Tel : +6634 854888, +668 9312 8888
Official Line ID: thaipoly8888 Email: thaipoly8888 (at) gmail.com
4
« เมื่อ: วันที่ 30 มกราคม 2025, 12:32:11 น. »
สารสกัดจากหญ้าหวาน, สตีเวีย, สตีวิโอไซด์, สตีวิออลไกลโคไซด์, Stevia, Stevioside, Steviol glycosides, Rebaudioside A สารสกัดจากหญ้าหวาน เป็นสารให้ความหวานจากธรรมชาติ Natural Sweetener สารสกัดจากหญ้าหวาน เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล Sugar Substitute สารสกัดจากหญ้าหวาน มีความหวานมากกว่าน้ำตาล 200-400 เท่า สารสกัดจากหญ้าหวาน ไม่มีแคลอรี ไม่ให้พลังงาน จึงเป็นทางเลือกใหม่ที่น่าสนใจเพื่อสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูลสินค้า ขอตัวอย่างสินค้าทดลอง และสั่งซื้อสินค้าได้ที่ บริษัท ไทยโพลีเคมิคอล จำกัด (วัตถุเจือปนอาหาร) Thai Poly Chemicals Company (Food Additive)Website : www.thaipolychemicals.com
Tel No : 034-854-888
Mobile : 089-312-8888
Line ID : thaipoly8888 Email: polychemicals888@gmail.comข้อมูลผลิตภัณฑ์ สารสกัดจากหญ้าหวาน น้ำตาลสตีเวีย (Stevia Extract)ถึงแม้ว่าจะมีสารทดแทนความหวานที่ไม่ให้พลังงาน เช่น แอสปาร์แตม ซูคราโลส และอื่นๆ จะเป็นทางเลือกที่ถูกนำมาใช้ทดแทนน้ำตาล แต่การที่สารเหล่านี้ผลิตจากการสังเคราะห์ทางเคมี ซึ่งแตกต่างจากหญ้าหวานที่เป็นพืชตามธรรมชาติ สารสกัดจากใบหญ้าหวาน มีชื่อเรียกว่า สตีวิโอไซด์ ( Stevioside) จึงมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยลักษณะของสตีวิโอไซด์ เป็นสารที่ให้ความหวานมากกว่าน้ำตาล 200-400 เท่า ซึ่งรสหวานของสาร สตีวิโอไซด์ จะจางหายไปช้ากว่าน้ำตาลทราย แต่จะมีรสหวานติดลิ้นนานกว่า โดยสารที่ว่านี้ จะไม่ถูกย่อยให้เกิดพลังงานในร่างกาย มีแคลอรี่ต่ำมาก จึงมีความปลอดภัยสูง และมีการยอมรับให้ใช้เป็นสารให้ความหวานได้ ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 262 พุทธศักราช 2545 โดยปัจจุบันนี้พบว่า สารให้ความหวานที่สกัดจากหญ้าหวาน กำลังเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในหลายประเทศทั่วโลก หญ้าหวาน สารให้ความหวานจากธรรมชาติเป็นที่ทราบกันดีว่า หากบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่มากเกินจำเป็น สามารถสะสมทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และนำไปสู่โรคไม่ติดต่อเรื้อรังได้มากมาย หลายคนจึงเริ่มหันมาสนใจ วัตถุดิบกลุ่มหนึ่งที่ให้ความหวานแทนน้ำตาลได้ และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ นั่นคือ สารให้ความหวานแทนน้ำตาล (Artificial sweeteners) ซึ่งสารให้ความหวานแทนน้ำตาลนี้ ก็มีอยู่หลายชนิด แต่ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ก็คือ หญ้าหวาน ที่เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาล จากธรรมชาติ และถูกนำมาเป็นส่วนประกอบของอาหารคาว ขนมหวาน และเครื่องดื่มอยู่มากมายในปัจจุบัน หญ้าหวาน คืออะไรหญ้าหวาน เป็นพืชชนิดหนึ่ง มีถิ่นกำเนิดอยู่ทางอเมริกาใต้ สามารถให้ความหวานได้โดยธรรมชาติ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Stevia Rebaudiana Bertoni หรือเรียกสั้นๆว่า Stevia เมื่อนำใบหญ้าหวานแห้งมาสกัด จะได้สารสกัดบริสุทธิ์ ชื่อว่า สตีวิออลไกลโคไซด์ (Steviol glycosides) ซึ่งมีความคงตัวสูงในตัวทำละลาย กรดอ่อน เบสอ่อน ทนความร้อนได้ถึง 200 องศาเซลเซียส และหวานกว่าน้ำตาลทราย 200-400 เท่า โดยที่ไม่มีคาร์โบไฮเดรตและไม่ให้พลังงาน ทั้งนี้สารสกัดจากใบหญ้าหวานที่ได้รับการยอมรับ จากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารขององค์การอาหารและเกษตร และองค์การอนามัยโลก แห่งสหประชาชาติ (The Joint Food and Agriculture Organization / World Health Organization (WHO) Expert Committee on Food Additives, JECFA) ที่สามารถนำมาใช้ในอาหารและเครื่องดื่มได้ จะต้องมีปริมาณสารในกลุ่ม สตีวิออลไกลโคไซด์ มากกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 95 ของน้ำหนักแห้ง ดังนั้นจึงไม่แนะนำให้นำใบสด ใบอบแห้ง หรือผงสารสกัดจากใบหญ้าหวาน ที่ไม่ได้บอกปริมาณความเข้มข้น มาใช้ทำอาหารและเครื่องดื่ม หญ้าหวาน ใช้แล้วปลอดภัยไหมอ้างอิงจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญว่าด้วยวัตถุเจือปนอาหารขององค์การ อาหารและเกษตร และองค์การอนามัยโลก แห่งสหประชาชาติ (JECFA) ได้ประเมินและกำหนดค่าความปลอดภัย (The Acceptable Daily Intake, ADI) ของสารสกัดจากหญ้าหวาน ( Steviol glycosides) ไว้ที่ 4 มิลลิกรัม/น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม/วัน ในรูปของ Steviol Equivalents หมายความว่า หากเราน้ำหนัก 50 กิโลกรัม เราจะสามารถรับสารสกัดจากหญ้าหวานได้ไม่เกิน 200 มิลลิกรัม/วัน แต่ในผลิตภัณฑ์สารให้ความหวานแทนน้ำตาลตามท้องตลาด มีส่วนผสมของสารสกัดจากหญ้าหวาน(Steviol glycosides) เพียงเล็กน้อยเท่านั้นหรือประมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต์ ของปริมาตรทั้งหมด เนื่องจากสารสกัดนั้นให้ความหวานที่มากกว่า น้ำตาลหลายร้อยเท่า เช่น ในน้ำเก็กฮวยยี่ห้อหนึ่ง มีหญ้าหวานประมาณ 0.03 % ใน 500 ml คิดเป็น 15 mg ต่อกล่อง นั่นหมายความว่า อาจจะต้องกินดื่มน้ำเก็กฮวย มากถึง 13 กล่องต่อวัน จึงจะได้รับหญ้าหวาน เกินปริมาณที่กำหนด ดังนั้นเมื่อนำมาใช้กับอาหารและเครื่องดื่มแทนน้ำตาลเพียงเล็กน้อย ก็ให้ความหวานเทียบเท่ากับน้ำตาลแล้ว ทำให้เราหมดความกังวลเรื่องที่จะได้รับสารสกัดเกินปริมาณที่กำหนด รวมถึงในปี ค.ศ. 2009 คณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USFDA) ได้ออกประกาศว่า หญ้าหวานได้รับการยอมรับโดยทั่วไปว่าปลอดภัย (Generally Recognized As Safe, GRAS) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ประกาศให้สารสกัดสติวิออลไกลโคไซด์ เป็นวัตถุเจือปนอาหาร อีกด้วย ส่วนการศึกษาเกี่ยวกับการสะสมของสารสกัดจากหญ้าหวานจนเพิ่มความเสี่ยงการเกิดมะเร็งนั้น ก็ยังไม่พบว่า การใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาลจะทำให้เกิดมะเร็งได้ แต่อย่างไรก็ตาม การบริโภคสารสกัดจากหญ้าหวาน ก็ยังต้องระวังในคนที่แพ้พืชตระกูลเดียวกับหญ้าหวาน เช่น ดอกเบญจมาศ ดอกดาวเรือง เนื่องจากมีความเสี่ยงอาจแพ้หญ้าหวาน ด้วยเช่นเดียวกัน รวมถึงยังไม่มีงานวิจัยที่ยืนยันว่า สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร สามารถกินสารสกัดจากหญ้าหวานได้ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการบริโภคสารให้ความหวานแทนน้ำตาลไปก่อน และไปเลือกควบคุมปริมาณอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูงแทน ประโยชน์ของ สารสกัดหญ้าหวานแน่นอนว่าประโยชน์ของหญ้าหวานที่ทุกคนรู้กันก็คือ การใช้เป็นวัตถุดิบให้ความหวานแทนน้ำตาล ในอาหารและเครื่องดื่ม โดยที่ไม่ให้พลังงาน และไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้น ที่สารสกัดจากหญ้าหวานให้ผลเช่นนี้ เนื่องจากกระบวนการย่อยและดูดซึมของสารสกัดหญ้าหวาน ไม่ผ่านระบบย่อยอาหารส่วนต้น แต่จะเริ่มย่อยที่ลำไส้ใหญ่โดยแบคทีเรียในลำไส้ หลังจากนั้นถูกลำเลียงไปเผาผลาญที่ตับ จนสุดท้ายถูกขับออกจากร่างกายผ่านปัสสาวะเป็นหลัก ไม่ถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือด ดังนั้นสารสกัดจากหญ้าหวาน จึงถูกนำมาใช้แทนน้ำตาล เพื่อเป็นตัวช่วยสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ที่ต้องการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด หรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก โดยการลดพลังงานที่ได้รับจากน้ำตาลของอาหาร และเครื่องดื่ม นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงประโยชน์ของสารสกัดจากหญ้าหวานในด้านอื่น ๆ เช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ที่ช่วยลดความเสื่อมของเซลล์ร่างกาย นำไปสู่การลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ แต่ทั้งนี้ก็อาจมีปัจจัยเกี่ยวกับการที่ใช้หญ้าหวานแทนน้ำตาล ทำให้พลังงานต่อวันลดลงจนมีน้ำหนักตัวลดลงตามมา ซึ่งอย่างที่ทราบกันว่า ความอ้วน ก็เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงของการเกิดมะเร็งได้ ดังนั้นในการใช้สารสกัดจากหญ้าหวานช่วยลดความเสี่ยงการเกิดมะเร็งได้ จึงต้องมีการศึกษาต่อไปอย่างต่อเนื่อง กล่าวโดยสรุปคือ หญ้าหวาน เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลจากธรรมชาติ ที่สามารถนำมาใช้ในอาหารและเครื่องดื่มได้อย่างปลอดภัย เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน หรือบุคคลทั่วไปที่ต้องการดูแลสุขภาพ แต่ทั้งนี้การดูแลสุขภาพที่ดีอย่างแท้จริง คือ การปรับพฤติกรรมของตัวเราเอง โดยลดอาหารหวาน มัน เค็ม หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่มีพลังงานสูง มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เกิดความสมดุลของพลังงานต่อวัน ไม่ให้สะสมจนเกิดโรคได้ และอาจมีการใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลเป็นตัวช่วยเล็กน้อย จะดีกว่าการเลือกใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลเป็นหลัก แต่ไม่ได้มีการปรับพฤติกรรมอะไรเลย เพราะนั่นอาจจะเป็นการดูแลสุขภาพที่ไม่ยั่งยืนก็เป็นได้
5
« เมื่อ: วันที่ 13 มกราคม 2025, 18:00:49 น. »
น้ำเชื่อมกลูโคส, น้ำเชื่อมฟรุกโตส, น้ำเชื่อมซอร์บิทอล, กลูโคสไซรัป, ฟรุกโตสไซรัป, ซอร์บิทอลไซรัป, Glucose Syrup, Fructose Syrup, Sorbitol Syrup, Food Grade Syrup, Thailand Syrup เคมีภัณฑ์ เกรดอาหาร, วัตถุเจือปนอาหาร, เคมีภัณฑ์ เกรดยา, เกรดยูเอสพี, เกรดอีพี, เกรดเจพี สอบถามข้อมูลได้ที่ บจก. ไทยโพลีเคมิคอล จำกัด, คุณภาพเคมีภัณฑ์ สร้างสรรค์คุณภาพชีวิต Chemical, Food Grade, Food Additive, FCC, Pharmaceutical Grade, USP, EP, JP Please Contact Thai Poly Chemicals Company, POLY CHEMICALS FOR A BETTER LIFEบริษัท ไทยโพลีเคมิคอล จำกัด (วัตถุเจือปนอาหาร) Thai Poly Chemicals Company (Food Additive)Website : www.thaipolychemicals.com
Tel No : 034-854-888
Mobile : 089-312-8888
Line ID : thaipoly8888 Email: polychemicals888@gmail.comผลิตภัณฑ์น้ำเชื่อม หรือ ไซรัป, ซีรัป (Syrup) ที่บริษัท จำหน่ายในปัจจุบัน ได้แก่Dextrose Syrup, น้ำเชื่อมเดกซ์โตรส, เดกซ์โตรสไซรัป, เดกซ์โตรสซีรัป Fructose Syrup, น้ำเชื่อมฟรุกโตส, ฟรุกโตสไซรัป, ฟรักโทสซีรัป Glucitol Syrup, น้ำเชื่อมกลูซิทอล, กลูซิทอลไซรัป, กลูซิทอลซีรัป Glucose Syrup, น้ำเชื่อมกลูโคส, กลูโคสไซรัป, กลูโคสซีรัป Maltitol Syrup, น้ำเชื่อมมอลติทอล, มอลติทอลไซรัป, มอลติทอลซีรัป Maltose Syrup, น้ำเชื่อมมอลโทส, มอลโทสไซรัป, มอลโทสซีรัป Sorbitol Syrup, น้ำเชื่อมซอร์บิทอล, ซอร์บิทอลไซรัป, ซอร์บิทอลซีรัป ผลิตภัณฑ์น้ำเชื่อมผง หรือ พาวเดอร์ (Powder) ที่บริษัท จำหน่ายในปัจจุบัน ได้แก่Dextrose Powder, เดกซ์โตรสผง, ผงเดกซ์โตรส Fructose Powder, ฟรุกโตสผง, ผงฟรุกโตส, ฟรักโทสผง Glucitol Powder, กลูซิทอลผง, ผงกลูซิทอล Glucose Powder, กลูโคสผง, ผงกลูโคส Maltitol Powder, มอลติทอลผง, ผงมอลติทอล Maltose Powder, มอลโทสผง, ผงมอลโทส Sorbitol Powder, ซอร์บิทอลผง, ผงซอร์บิทอล สินค้าในกลุ่ม สวีทเทนเนอร์, Sweetener ที่บริษัท ฯ จัดจำหน่ายในปัจจุบัน ได้แก่Acesulfame K, ACK, อะซีซัลเฟมเค, เอซีเค Acesulfame Potassium, อะซีซัลเฟมโพแทสเซียม Artificial Sweeteners, สารทดแทนน้ำตาล Aspartame, แอสปาร์แตม, แอสพาร์แตม Dextrose Anhydrous, เด็กซ์โตรสแอนไฮดรัส Dextrose Monohydrate, เด็กซ์โตรสโมโนไฮเดรต Dextrose Syrup, น้ำเชื่อมเด็กซ์โตรส, เด็กซ์โตรสไซรัป D-Xylose, ดีไซโลส Erythritol, อิริทริทอล, น้ำตาลอิริท Ethyl Maltol, เอทิลมัลทอล Ethyl Vanillin, เอทิลวานิลิน Fructose Powder, ฟรุกโตสผง, ฟรักโทสผง Fructose Syrup, น้ำเชื่อมฟรุกโตส, ฟรุกโตสไซรัปGlucitol Powder, กลูซิทอลผง, ผงกลูซิทอล Glucitol Syrup, น้ำเชื่อมกลูซิทอล, กลูซิทอลไซรัป Glucose Powder, กลูโคสผง, ผงกลูโคส, แบะแซผง Glucose Syrup, น้ำเชื่อมกลูโคส, กลูโคสไซรัป, แบะแซ Glycerine, กลีเซอรีน, กลีเซอรีนบริสุทธิ์, รีไฟน์กลีเซอรีน Glycerol, กลีเซอรอล, กลีเซอรอลบริสุทธิ์, รีไฟน์กลีเซอรอล Hydrogenated Maltose Syrup, ไฮโดรจีเนตมอลโตส Icing Sugar, น้ำตาลไอซิ่ง, น้ำตาลทรายผง Inulin, Chicory Inulin, อินูลิน, อินนูลิน Isomalt, ไอโซมอลท์, ไอโซมอลต์ Lactitol Monohydrate, แลคติทอล โมโนไฮเดรต Luo Han Guo Extract, น้ำตาลหล่อฮังก้วย Maltitol, มอลทิทอล, มอลติตอล Maltitol Powder, มอลทิทอลผง, ผงมอลทิทอล Maltitol Syrup, น้ำเชื่อมมอลทิทอล, มอลทิทอลไซรัป Maltodextrin, มอลโทเด็กซ์ทริน, มอลโตเด็กซ์ตริน Maltose Syrup, น้ำเชื่อมมอลโทส, มอลโทสไซรัป Mannitol, แมนนิทอล, มัลนิทอล Neotame, นีโอแตม, นีโอเตม Sodium Cyclamate, โซเดียมไซคลาเมต, แป้งหวาน Sodium Saccharin, โซเดียมแซคคาริน, ขัณฑสกร Sorbitol, ซอร์บิทอล, ซอร์บิตอล Sorbitol Powder, ซอร์บิทอลผง, ผงซอร์บิทอล Sorbitol Syrup, น้ำเชื่อมซอร์บิทอล, ซอร์บิทอลไซรัปSpecialty Sweetener, สารเพิ่มความหวานชนิดพิเศษ Stevia, หญ้าหวาน, สตีเวีย, รีเบาดิโอไซด์เอ Stevia Extract, สารสกัดหญ้าหวาน, สตีวิออลไกลโคไซด์ Stevia Sugar, น้ำตาลหญ้าหวาน, น้ำตาลสตีเวีย Sucralose, ซูคราโลส, ซูคาร์โลส Sugar, น้ำตาลทราย, น้ำตาลทรายบริสุทธิ์ Sugar Substitutes, สารให้ความหวานแทนน้ำตาล Trehalose, ทรีฮาโลส, ตรีฮาโลส Vanillin Powder, วานิลิน, วะนิลิน Xylitol, ไซลิทอล, ไซลิตอล, น้ำตาลเทียม ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ สวีทเทนเนอร์ สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ บจก.ไทยโพลีเคมิคอล More information of sweetener, please contact Thai Poly Chemicals Company Limited (TPCC)Website : www.thaipolychemicals.com
Tel No : 034-854-888
Mobile : 089-312-8888
Line ID : thaipoly8888 Email: polychemicals888@gmail.comวัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) คือ วัตถุที่ตามปกติมิได้ใช้เป็นอาหาร หรือส่วนประกอบที่สำคัญของอาหาร ไม่ว่าวัตถุนั้นจะมีคุณค่าทางอาหารหรือไม่ก็ตาม แต่ใช้เจือปนในอาหารเพื่อประโยชน์ทางเทคโนโลยีการผลิต การแต่งสีอาหาร การปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร การบรรจุ การเก็บรักษา หรือการขนส่ง ซึ่งมีผลต่อคุณภาพ มาตรฐาน หรือลักษณะของอาหาร ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึง วัตถุที่ไม่ได้เจือปนในอาหาร แต่มีภาชนะบรรจุไว้เฉพาะ แล้วใส่รวมกับอาหารเพื่อประโยชน์ดังกล่าวข้างต้นด้วย เช่น วัตถุกันชื้น วัตถุดูดออกซิเจน เป็นต้น โดยไม่รวมถึงสารอาหารที่เติม เพื่อเพิ่มหรือปรับให้คงคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน ประโยชน์ในการใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร ให้มีความคงตัว เพื่อให้ได้ส่วนประกอบของอาหารเฉพาะในการผลิตอาหาร สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการทางโภชนาการเฉพาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาคุณภาพในอุตสาหกรรม ในการผลิตในปริมาณมาก หรือปรับปรุงคุณลักษณะด้านประสาทสัมผัส โดยไม่เปลี่ยนแปลงคุณภาพและลักษณะของอาหาร เพื่อช่วยในการผลิต การแปรรูป การปฏิบัติ การบรรจุ การขนส่ง หรือการเก็บรักษาอาหาร โดยต้องไม่ใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ในการปกปิดความบกพร่องของอาหาร หรือกรรมวิธีการผลิตที่ไม่เหมาะสม การใช้งาน วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)ในการใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยปริมาณการใช้วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ ในแต่ละประเภทอาหารต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ที่ใช้ต้องมีการประเมินด้านความปลอดภัยโดย JECFA หรือผ่านการประเมินที่มีความเทียบเท่ากับ JECFA เพื่อกำหนดค่าความปลอดภัย (Acceptable Daily Intake: ADI) คือปริมาณของ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ที่แสดงในรูปของ มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน โดยบริโภคได้ทุกวัน ตลอดชีวิต โดยไม่เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ การแบ่งกลุ่ม วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)โคเด็กซ์ (Codex) ได้จัดแบ่งกลุ่มวัตถุเจือปนอาหาร ตามหน้าที่ ออกเป็น 27 กลุ่ม ดังต่อไปนี้ คือ สารควบคุมความเป็นกรด (Acidity Regulator) | สารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน (Anticaking Agent) | สารป้องกันการเกิดฟอง (Antifoaming Agent) | สารป้องกันการเกิดออกซิเดชัน (Antioxidant) | สารฟอกสี (Bleaching Agent) | สารเพิ่มปริมาณ (Bulking Agent) | สารให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbonating Agent) | สารช่วยทำละลายหรือช่วยพา (Carrier) | สี (Color) | สารคงสภาพของสี (Color Retention Agent) | อีมัลซิไฟเออร์ (Emulsifier) | เกลืออีมัลซิไฟอิ้ง (Emulsifying Agent) | สารทำให้แน่น (Firming Agent) | สารเพิ่มรสชาติ (Flavor Enhancer) | สารปรับปรุงคุณภาพแป้ง (Flour Treatment Agent) | สารทำให้เกิดฟอง (Foaming Agent) | สารทำให้เกิดเจล (Gelling Agent) | สารเคลือบผิว (Glazing Agent) | สารทำให้เกิดความชุ่มชื้น (Humectant) | ก๊าซที่ช่วยในการเก็บรักษาอาหาร (Packaging Gas) | สารกันเสีย (Preservative) | ก๊าซที่ใช้ขับดัน (Propellant) | สารช่วยให้ฟู (Raising Agent) | สารช่วยจับอนุมูลอิสระ (Sequestrant) | สารทำให้คงตัว (Stabilizer) | สารให้ความหวาน (Sweetener) | สารให้ความข้นเหนียว (Thickener) More information of Food additive, Food Grade Chemical Food Chemical Codex, FCC, EP, USP, JP, please contact Thai Poly Chemicals Company (TPCC) (Food Additive) Website : www.thaipolychemicals.com
Tel : +6634 854888, +668 9312 8888
Official Line ID: thaipoly8888 Email: thaipoly8888 (at) gmail.com
6
« เมื่อ: วันที่ 10 มกราคม 2025, 18:38:10 น. »
แป้งข้าวโพด, ผลิตแป้งข้าวโพด, จำหน่ายแป้งข้าวโพด, นำเข้าแป้งข้าวโพด, CORN STARCH, คอร์นสตาร์ชสอบถามข้อมูลได้ที่ บริษัท ไทยโพลีเคมิคอล จำกัด (วัตถุเจือปนอาหาร) Thai Poly Chemicals Company (Food Additive)Website : www.thaipolychemicals.com
Tel No : 034-854-888
Mobile : 089-312-8888
Line ID : thaipoly8888 Email: polychemicals888@gmail.comสินค้าในกลุ่ม แป้ง, ฟลาว, สตาร์ช, FLOUR, STARCH ที่บริษัท ฯ จัดจำหน่ายในปัจจุบัน ได้แก่ACETYLATED STARCH, E1420, อะซิทิลเลต สตาร์ช, แป้งอะซิทิลเลต CASSAVA STARCH, คาสซาวา สตาร์ช, แป้งคาสซาวา, สตาร์ชคาสซาวา CORN STARCH, คอร์น สตาร์ช, แป้งข้าวโพด, สตาร์ชข้าวโพด PEA STARCH, พี สตาร์ช, แป้งถั่วลันเตา, แป้งถั่วพี, สตาร์ชถั่วลันเตา POTATO STARCH, โปเตโต้ สตาร์ช, แป้งมันฝรั่ง, สตาร์ชมันฝรั่ง, แป้งมันฮ่องกง TAPIOCA STARCH, ทาปิโอก้า สตาร์ช, แป้งมันสำปะหลัง, สตาร์ชมันสำปะหลัง WHEAT STARCH, วีท สตาร์ช, แป้งวีท, แป้งสาลี, แป้งข้าวสาลี, สตาร์ชข้าวสาลี, แป้งฮะเก๋า NATIVE STARCH, แป้งเนทีฟ, เนทีฟสตาร์ช, สตาร์ชเนทีฟ, แป้งดิบ, แป้งธรรมชาติ MAIZE STARCH, เมซสตาร์ช, แป้งเมซ, แป้งเมล็ดข้าวโพดบดละเอียด MODIFIED STARCH, แป้งดัดแปร, มอดิฟายด์ สตาร์ช, แป้งมอดิฟายด์, แป้งโมดิฟายด์ CORN FLOUR, MAIZE FLOUR, แป้งข้าวโพด, แป้งเมซ, คอร์น ฟลาว, เมซฟลาว GLUTINOUS RICE FLOUR, แป้งข้าวเหนียว, กลูติเนียสไรซ์ฟลาว RICE FLOUR, แป้งข้าวจ้าว, แป้งข้าวเจ้า, ไรซ์ฟลาว WHEAT FLOUR, แป้งสาลี, วีท ฟลาว, แป้งวีท, แป้งวีทไทย, แป้งวีทนอก, แป้งวีทนำเข้า VITAL WHEAT GLUTEN, ไวทัลวีทกลูเตน, โปรตีนข้าวสาลี, แป้งตั้งหมิ่น, โปรตีนวีท WHEAT GLUTEN, วีทกลูเตน, วีทกลูเต้น, แป้งหมี่กึง, แป้งเจโปรตีนวีท, โปรตีนแป้งสาลี ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ แป้ง, ฟลาว, สตาร์ช, เกรดอาหาร สามารถสอบถามข้อมูลผลิตภัณฑ์ได้ที่ บริษัท ไทยโพลีเคมิคอล จำกัด (ทีพีซีซี) More technical information of flour, starch, food additive, food grade Please contact Thai Poly Chemicals Company Limited (TPCC)More information of Food additive, Food Grade Chemical Food Chemical Codex, FCC, EP, USP, JP, please contact Thai Poly Chemicals Company (TPCC) (Food Additive) Website : www.thaipolychemicals.com
Tel : +6634 854888, +668 9312 8888
Official Line ID: thaipoly8888 Email: thaipoly8888 (at) gmail.com TPCC STARCH, THAILAND STARCH วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) คือ วัตถุที่ตามปกติมิได้ใช้เป็นอาหาร หรือส่วนประกอบที่สำคัญของอาหาร ไม่ว่าวัตถุนั้นจะมีคุณค่าทางอาหารหรือไม่ก็ตาม แต่ใช้เจือปนในอาหารเพื่อประโยชน์ทางเทคโนโลยีการผลิต การแต่งสีอาหาร การปรุงแต่งกลิ่นรสอาหาร การบรรจุ การเก็บรักษา หรือการขนส่ง ซึ่งมีผลต่อคุณภาพ มาตรฐาน หรือลักษณะของอาหาร ทั้งนี้ให้หมายความรวมถึง วัตถุที่ไม่ได้เจือปนในอาหาร แต่มีภาชนะบรรจุไว้เฉพาะ แล้วใส่รวมกับอาหารเพื่อประโยชน์ดังกล่าวข้างต้นด้วย เช่น วัตถุกันชื้น วัตถุดูดออกซิเจน เป็นต้น โดยไม่รวมถึงสารอาหารที่เติม เพื่อเพิ่มหรือปรับให้คงคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร เช่น คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน เกลือแร่ และวิตามิน ประโยชน์ในการใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)เพื่อรักษาคุณค่าทางโภชนาการของอาหาร ให้มีความคงตัว เพื่อให้ได้ส่วนประกอบของอาหารเฉพาะในการผลิตอาหาร สำหรับกลุ่มผู้บริโภคที่มีความต้องการทางโภชนาการเฉพาะ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาคุณภาพในอุตสาหกรรม ในการผลิตในปริมาณมาก หรือปรับปรุงคุณลักษณะด้านประสาทสัมผัส โดยไม่เปลี่ยนแปลงคุณภาพและลักษณะของอาหาร เพื่อช่วยในการผลิต การแปรรูป การปฏิบัติ การบรรจุ การขนส่ง หรือการเก็บรักษาอาหาร โดยต้องไม่ใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ในการปกปิดความบกพร่องของอาหาร หรือกรรมวิธีการผลิตที่ไม่เหมาะสม การใช้งาน วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)ในการใช้ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค โดยปริมาณการใช้วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ต้องเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดให้ใช้ ในแต่ละประเภทอาหารต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภค วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ที่ใช้ต้องมีการประเมินด้านความปลอดภัยโดย JECFA หรือผ่านการประเมินที่มีความเทียบเท่ากับ JECFA เพื่อกำหนดค่าความปลอดภัย (Acceptable Daily Intake: ADI) คือปริมาณของ วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive) ที่แสดงในรูปของ มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวต่อวัน โดยบริโภคได้ทุกวัน ตลอดชีวิต โดยไม่เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ การแบ่งกลุ่ม วัตถุเจือปนอาหาร (Food Additive)โคเด็กซ์ (Codex) ได้จัดแบ่งกลุ่มวัตถุเจือปนอาหาร ตามหน้าที่ ออกเป็น 27 กลุ่ม ดังต่อไปนี้ คือ สารควบคุมความเป็นกรด (Acidity Regulator) | สารป้องกันการจับตัวเป็นก้อน (Anticaking Agent) | สารป้องกันการเกิดฟอง (Antifoaming Agent) | สารป้องกันการเกิดออกซิเดชัน (Antioxidant) | สารฟอกสี (Bleaching Agent) | สารเพิ่มปริมาณ (Bulking Agent) | สารให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Carbonating Agent) | สารช่วยทำละลายหรือช่วยพา (Carrier) | สี (Color) | สารคงสภาพของสี (Color Retention Agent) | อีมัลซิไฟเออร์ (Emulsifier) | เกลืออีมัลซิไฟอิ้ง (Emulsifying Agent) | สารทำให้แน่น (Firming Agent) | สารเพิ่มรสชาติ (Flavor Enhancer) | สารปรับปรุงคุณภาพแป้ง (Flour Treatment Agent) | สารทำให้เกิดฟอง (Foaming Agent) | สารทำให้เกิดเจล (Gelling Agent) | สารเคลือบผิว (Glazing Agent) | สารทำให้เกิดความชุ่มชื้น (Humectant) | ก๊าซที่ช่วยในการเก็บรักษาอาหาร (Packaging Gas) | สารกันเสีย (Preservative) | ก๊าซที่ใช้ขับดัน (Propellant) | สารช่วยให้ฟู (Raising Agent) | สารช่วยจับอนุมูลอิสระ (Sequestrant) | สารทำให้คงตัว (Stabilizer) | สารให้ความหวาน (Sweetener) | สารให้ความข้นเหนียว (Thickener) เคมีภัณฑ์ เกรดอาหาร, วัตถุเจือปนอาหาร, เคมีภัณฑ์ เกรดยา, เกรดยูเอสพี, เกรดอีพี, เกรดเจพีสอบถามข้อมูลได้ที่ บจก. ไทยโพลีเคมิคอล จำกัด, คุณภาพเคมีภัณฑ์ สร้างสรรค์คุณภาพชีวิตMore information of Food additive, Food Grade Chemical Food Chemical Codex, FCC, EP, USP, JP, please contact Thai Poly Chemicals Company (TPCC) (Food Additive) Website : www.thaipolychemicals.com
Tel : +6634 854888, +668 9312 8888
Official Line ID: thaipoly8888 Email: thaipoly8888 (at) gmail.com TPCC STARCH, THAILAND STARCH
หน้า: [1]
|
|
|